พัทลุง-สายบุญสายมู คึกคัก 1 ปีมีครั้งเดียว แห่งเดียวประเทศไทย นอนแช่น้ำว่าน 108 ชนิด 3 วัน 3 คืน และพิธีกินข้าเหนียวดำตำรับเขาอ้อ

พัทลุง-สายบุญสายมู คึกคัก 1 ปีมีครั้งเดียว แห่งเดียวประเทศไทย นอนแช่น้ำว่าน 108 ชนิด 3 วัน 3 คืน และพิธีกินข้าเหนียวดำตำรับเขาอ้อ

 

พิธีกรรมไสยศาสตร์และความเชื่อสำหรับชายชาตรีสร้างความขลัง เรื่องการอยู่ยงคงกระพัน เดือน 3 ของทุกปี อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเป็นพื้นที่สำคัญทางอารยธรรมของจังหวัดพัทลุง และภาคใต้ตอนล่างมาแต่โบราณ พื้นที่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีภูเขา ที่ราบ และแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงผู้คน ให้ตั้งถิ่นฐานสร้างชุมชน และพัฒนาวิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นสืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน หัวใจสำคัญทางประวัติศาสตร์ และจิตวิญญาณของอำเภอควนขนุน คือ “วัดเขาอ้อ หรือสำนักเขาอ้อ” ซึ่งถือเป็นแหล่งรวบรวมศิลปวิทยาคมและศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านศาสนา พิธีกรรม และภูมิปัญญาโบราณที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาว

จากตำนานและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ วัดเขาอ้อมีจุดกำเนิดจาก การเป็นสำนักบำเพ็ญพรตของพราหมณ์ผู้ทรงวิทยาคุณ ก่อนจะพัฒนาและผสมผสานเข้าสู่พระพุทธศาสนาอย่างกลมกลืน จนกลายเป็นสำนักถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งทางธรรม ทางโลก และทางไสยเวท ความเชื่อ ฤกษ์ยาม การแพทย์แผนโบราณ และการใช้สมุนไพรหรือว่านยา ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอันล้ำค่า โดยเฉพาะพิธีแช่ว่านยา 108 ตำรับ พิธีหุงข้าวเหนียวดำ และพิธีกรรมต่างๆ ที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างคน ธรรมชาติ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นรากฐานความเชื่อของชุมชนในพื้นที่ภาคใต้

วันนี้ 24 มกราคม 2569 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณ “วัดเขาอ้อ” ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง สายบุญ สายมู ทยอยเดินทางมายังวัดเขาอ้อ ทำให้บรรยากาศภายในวัดคึกคักเต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศเพื่อร่วมแช่ว่าน 108 พิธีกรรมไสยศาสตร์เขาอ้อสายบุญสายมูสร้างความขลัง ภายหลังที่พระสงฆ์รวมไปถึงลูกศิษย์ของวัดได้มีการจัดเตรียมประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ “แช่ว่านยา 108 ชนิด” เป็นไปตามแบบฉบับของ วัดเขาอ้อ ตามประเพณีเก่าแก่โบราณ ด้านไสยศาสตร์ และความเชื่อเรื่องการอยู่ยงคงกระพัน

โดยเริ่มต้นของการทำพิธีทางพระสงฆ์ รวมถึงลูกศิษย์ และผู้ศรัทธาได้ทยอยเดินทางมาร่วมในพิธีตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยมี พระปลัดวิเชียร สีลโชโต เจ้าอาวาสวัดเขาอ้อ ทำพิธีให้กับผู้ร่วมแช่น้ำว่านทั้ง 12 คน โดยพิธีกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาโดยใช้ฤกษ์ 09. 00 น. ซึ่งพิธีกรรมแรกผู้ร่วมแช่ว่านทั้ง 12 ราย นุ่งขาวห่มขาวเข้าไปทำพิธีภายในอุโบสถ โดยทุกคนจะต้องมีการบริกรรมคาถาตามตำราเก่าแก่ จะต้องทำพิธีด้วยความสำรวม และตามหลักข้อปฎิบัติในการถือศีลหรือข้อห้ามในการร่วมพิธี หลังจากเสร็จพิธี แรกแล้วทางผู้ร่วมแช่ว่านจะต้องเข้าไปทำพิธีในส่วนของศาสนาพราหมณ์ โดยใช้เวลารวมทั้งสิ้นประมาณ 30 นาที

จากนั้นจะไปยังบริเวณรางแช่ว่าน (อ่าง) ที่ได้มีการทำพิธีและลงอักขระยันต์ไปเมื่อวานนี้ โดยก่อนที่ผู้เข้าร่วมจะลงไปแช่ในราง หรือ อ่างแช่น้ำว่าน ทางเจ้าอาวาสได้มีการบริกรรมคาถารวมไปถึงให้ทางผู้ร่วมทั้งหมดทำพิธีก่อนอีกครั้ง พร้อมกับให้ถอดเสื้อผ้าก่อนจะมีการเดินเข้าไปยังรางแช่ยา โดยขั้นตอนในการแช่จะใช้เวลา 3 วัน 3 คืน แต่ในระหว่างที่มีการแช่ว่านด้วยจำนวนของผู้เข้าร่วมทั้ง 12 ราย กับขนาดของรางหรืออ่าง จำกัดได้แค่ 6 คนต่อรอบ เลยต้องมีการสลับ 6 คนแรกแช่ 2 ชั่วโมง และสลับ 6 คนหลัง ไปมา ตลอดระยะเวลาทั้ง 3 วัน พิธีกรรมที่ทำ ในเดือน 3 ของทุกปี

ตามหลักวิชาของวัดเขาอ้อแล้ว จะทำให้บุคคลนั้นมีตบะและมีอำนาจอย่างเสือ มีความอดทนอย่างหมี มีความเข้มแข็งแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวงสามารถแก้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และมีความเชื่อว่าผู้ที่แช่ว่านยาวัดเขาอ้อติดต่อกันถึง 3 ครั้งขึ้นไปจะทำให้ร่างกายอยู่ยงคงกระพันต่ออาวุธทุกชนิด อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ผ่านการแช่ว่านยาทุกคนจะต้องปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งครัด จะต้องปฏิบัติตนเป็นคนดี ห้ามผิดลูกเมียผู้อื่น ห้ามกินอาหารที่มีชื่อไม่เป็นมงคล หากไม่ปฏิบัติจะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์เสื่อมเสีย

ขณะที่งานดังกล่าวจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 -26 มกราคม 2569 นอกจากการแช่ว่าว 108 แล้วภายงานยังมีพิธีกรรมและกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่นวันที่ 25 มกราคม 2569 พิธีสะเดาะพระเคราะห์ ต่ออายุเสริมดวงชะตา พิธีหุงข้าวเหนียวดำในอุโบสถวัดเขาอ้อ และในวันที่ 26 มกราคม 2569 นั้นช่วงเช้าจะมีพิธีบุญรำลึกถึงบูรพาจารย์สำนักเขาอ้อ และพิธีกินข้าวเหนียวดำตำรับเขาอ้อภายในพระอุโบสด สำหรับวันนี้ 24 มกราคม 2569 เวลา 19.09 น. จะมีพิธีเปิดงานโครงการส่งเสริมการพัฒนาเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ การท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม พัทลุงเมืองศาสตร์ศิลป์ถิ่นหนังลุงโนรา และ“ ตามรอยพิธีกรรมวัดเขาอ้อ” โดย นายธราวุธ ช่วยเกิด รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง

สำหรับวัดเขาอ้อ ถือเป็นแหล่งวิชาอาคมทางไสยเวท ที่มีชื่อเสียงโด่งดังตั้งแต่สมัยโบราณ และมีพระเกจิอาจารย์ ผู้สืบต่อวิชาทางไสยเวท ที่ประชาชนเคารพศรัทธา เช่น พระอาจารย์ทองเฒ่า พระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา พระอาจารย์คง วัดบ้านสวน พระอาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ และหากเป็นบุคคลที่ขึ้นชื่อทางไสยเวท อยู่ยงคงกระพัน คือ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นต้น ซึ่งนอกจากเรื่องไสยเวทแล้ว อีกจุดเด่นของวัดเขาอ้อก็คือ วิชาทางแพทย์แผนโบราณ

———————————————————

Related posts